ทำไมไม่ถามพระเจ้าเรื่องวันอาทิตย์และวันสะบาโต PDF พิมพ์ อีเมล
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงบอกให้ข้าพระองค์รู้เถิดว่าพระองค์ทรงมีวันพักผ่อนพิเศษสำหรับคนทั้งหลายที่ติดตามพระองค์หรือไม่?
พระวิญญาณได้ทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงดังมาจากเบื้องหลังข้าพเจ้าดุจเสียงแตร วิวรณ์ 1:10
 
แต่วันไหนล่ะที่เป็นวันของพระองค์? และวันไหนเป็นวันที่พระองค์ทรงหยุดพัก?
เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นใหญ่เหนือวันสะบาโต” มัทธิว 12:8
 
แต่ในสัปดาห์หนึ่งมีตั้งเจ็ดวัน แล้ววันไหนล่ะคือวันสะบาโต?
จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า...ทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์ อพยพ 20:8-11
 
ข้าแต่พระเจ้าแล้ววันที่เจ็ดคือวันไหนล่ะ ตามที่เราคิดหรือคำนวณ คือวันเสาร์หรือวันอาทิตย์กันแน่พระเจ้าข้า?
การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูและเหตุการณ์ที่ติดตามมา (มธ 28:1-15; ลก 24:1-49; ยน 20:1-23) ครั้นวันสะบาโตล่วงไปแล้ว มารีย์ชาวมักดาลา มารีย์มารดาของยากอบ และนางสะโลเม ซื้อเครื่องหอมมาเพื่อจะไปชโลมพระศพของพระองค์  เวลารุ่งเช้าวันต้นสัปดาห์พอดวงอาทิตย์ขึ้น เขาก็มาถึงอุโมงค์ และเขาพูดกันว่า “ใครจะช่วยกลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์” เมื่อเขามองดูก็เห็นก้อนหินนั้นกลิ้งออกแล้ว เพราะเป็นก้อนหินโตมาก-ครั้นเขาเข้าไปในอุโมงค์แล้ว ได้เห็นหนุ่มคนหนึ่งนุ่งห่มผ้ายาวสีขาวนั่งอยู่ข้างขวา ผู้หญิงนั้นก็ตกตะลึง ฝ่ายคนหนุ่มนั้นบอกเขาว่า “อย่าตกตะลึงเลย พวกท่านทั้งหลายมาหาพระเยซูชาวนาซาเร็ธซึ่งต้องตรึงไว้ที่กางเขน พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์หาได้ประทับที่นี่ไม่ จงดูที่ที่เขาได้วางพระศพของพระองค์เถิด มาระโก 16:1-16 
 
(หมายเหตุ: ทุกคนทราบว่า เช้ามืดของวันอาทิตย์คือวันฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ วันสะบาโตได้ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการเห็นชัดเลยว่าวันสะบาโตคือ วันเสาร์ ซึ่งเป็นวันก่อนวันอาทิตย์)
 
แต่! ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ไม่ได้ทรงยกเลิกกฏเกณฑ์ ที่ได้ทรงบรรจุไว้ในบทบัญญัติเรื่องวันสะบาโตใช่ไหม? 
“อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะทำลายพระราชบัญญัติหรือคำของศาสดาพยากรณ์เสีย เรามิได้มาเพื่อจะทำลาย แต่มาเพื่อจะให้สำเร็จ  มัทธิว  5:17
 
อ้อ! พระองค์ไม่ได้ทรงเปลี่ยนแปลงข้อใดในพระบัญญัติเพื่อให้คนที่ติดตามพระองค์ในปัจจุบันนี้รักษาวันอื่นแทนวันที่ 7 ใช่ไหม?
“เพราะเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า  ถึงฟ้าและดินจะล่วงไป แม้อักษรหนึ่งหรือจุดๆ หนึ่งก็จะไม่สูญไปจากพระราชบัญญัติ จนกว่าจะสำเร็จทั้งสิ้น” มัทธิว 5:18
 
แต่พระเจ้า! วันเสาร์เป็นวันของชาวยิวไม่ใช่หรือ? วันที่ 7 เป็นวันสะบาโตของชาวยิวใช่ไหมพระเจ้าข้า?
“ดังนี้ฟ้าและแผ่นดินโลกและบรรดาบริวารก็ถูกสร้างขึ้นให้สำเร็จ ในวันที่เจ็ดพระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างมาแล้วนั้น และในวันที่เจ็ดพระองค์ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างมาแล้วนั้น พระเจ้าทรงอวยพระพรวันที่เจ็ดและทรงตั้งวันนี้ไว้เป็นวันบริสุทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ได้ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างไว้แล้วนั้น” ปฐมกาล 2:1-3
 
แต่! อัครทูตเปาโลมักจะประชุมกับพวกคริสเตียนยุคแรกๆ ในวันอาทิตย์เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่วันฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ไม่ใช่หรือ? แล้วเขาเห็นว่าวันไหนเป็นวันที่สมควรจะนับถือและนมัสการพระเจ้ากันแน่?
“เปาโลจึงเข้าไปร่วมกับพวกเขาตามอย่างเคย และท่านได้อ้างข้อความในพระคัมภีร์โต้ตอบกับเขาทั้งสามวันสะบาโต” กิจการ 17:2
 
เปาโลพบกับชาวต่างชาติที่กลับใจและเปลี่ยนมานับถือวันสะบาโตด้วยหรือไม่? บางทีเขาอาจจะไปร่วมประชุมกับชาวยิวในวันเสาร์และร่วมประชุมกับชาวกรีกในวันอาทิตย์ก็ได้นะ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจะว่าอย่างไรล่ะ?
“เปาโลได้โต้เถียงในธรรมศาลาทุกวันสะบาโต ได้ชักชวนทั้งพวกยิวและพวกกรีก” กิจการ 18:4
 
ถ้าเป็นเช่นนั้น นี่ก็เป็นการสอนของพระองค์ในเรื่องการถือรักษาวันสะบาโตใช่ไหม?
“เพราะว่า ข้าพเจ้ามิได้ย่อท้อในการกล่าวเรื่องพระดำริของพระเจ้าทั้งสิ้น ให้ท่านทั้งหลายฟัง” กิจการ 20:27 (ในพระคัมภีร์ใหม่ได้มีการอ้างอิงถึงเรื่องวันสะบาโตไม่น้อยกว่า 59 ครั้ง และในหนังสือพระธรรมกิจการ ได้บันทึกไว้ถึง 84 ครั้ง ว่าอัครทูตเปาโลและผู้ร่วมงานกับท่านได้จัดกิจกรรมทางศาสนาในวันสะบาโต ยังไม่เคยมีตอนไหนสักคำเดียวในพระคัมภีร์ที่อนุญาตให้ถือรักษาวันอาทิตย์เป็นวันสะบาโต?)
 
ข้าพระองค์ไม่เห็นว่าจะมีความแตกต่างอะไรเลย ในการที่จะถือรักษาวันไหนเป็นวันสะบาโต? วันก็คือวัน ไม่ใช่หรือ?
“ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า ท่านจะยอมตัวรับใช้เชื่อฟังคำของผู้ใดท่านก็เป็นทาสของผู้ที่ท่านเชื่อฟังนั้น คือเป็นทาสของบาปซึ่งนำไปสู่ความตายหรือเป็นทาสของการเชื่อฟังซึ่งนำไปสู่ความชอบธรรม” โรม 6:16
 
ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าพระองค์ควรจะทำอย่างไรดีพระเจ้าข้า จะเชื่อฟังเรื่องวันสะบาโตตามพระบัญญัติของพระเจ้า หรือถือรักษาวันอาทิตย์ของมนุษย์ดี?
“ฝ่ายเปโตรกับอัครสาวกอื่นๆ ตอบว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์” กิจการ 5:29
 
อืม! ข้าแต่พระเจ้า แล้วพระองค์ทรงคิดอย่างไรกับคนที่ถือรักษาวันอาทิตย์เหล่านั้น?
“อย่างนั้นแหละท่านทั้งหลายทำให้พระบัญญัติของพระเจ้าเป็นหมันไปเพราะเห็นแก่ประเพณีของพวกท่าน ท่านคนหน้าซื่อใจคด อิสยาห์ได้พยากรณ์ถึงพวกท่านถูกแล้วว่า ประชาชนนี้เข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่ใจของเขาห่างไกลจากเราเขานมัสการเราโดยหาประโยชน์มิได้ ด้วยเอาบทบัญญัติของมนุษย์มาอวดอ้างว่า เป็นพระดำรัสสอน” มัทธิว 5:6-9
 
แต่ แน่นอนมีคนมากมายหลายล้านซึ่งถือรักษาวันอาทิตย์ พวกเขาผิดหรือไม่?
“จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูใหญ่และทางกว้างนั้นนำไปถึงความพินาศและคนที่เข้าไปทางนั้นมีมาก เพราะว่าประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ ผู้ที่หาพบก็มีน้อย” มัทธิว 7:13-14 (มีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อฟังพระเจ้า ในสมัยของโนอาห์ สมัยของโลท และในสมัยของพระคริสต์ คนส่วนใหญ่ได้หลงหายไป
 
ทำไมศาสนาจารย์ที่ฉลาดมากๆ และนักเทศน์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นจึงไม่ถือรักษาวันสะบาโตล่ะ?
“พี่น้องทั้งหลาย จงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อจะทำให้คนมีปัญญาอับอาย และพระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย” 1 โครินธ์ 1:26-27 (หมายเหตุ: พวกผู้สอนศาสนาที่ยิ่งใหญ่ในสมัยของพระคริสต์ก็ปฏิเสธความจริงเช่นเดียวกัน และคนที่ติดตามพระองค์เป็นแต่เพียงปุถุชนธรรมดาเท่านั้น)
 
แต่! ข้าพระองค์ก็ยอมรับพระเยซูคริสต์ และรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์  และรู้ว่าพระองค์ทรงยอมรับข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ได้ถือรักษาวันอาทิตย์ ข้าพระองค์จะไม่สูญหายไปอย่างแน่นอนใช่ไหม ถ้าหากข้าพระองค์ไม่ได้ถือรักษาวันสะบาโต?
“ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังโฉดเขลาอยู่พระเจ้าทรงมองข้ามไปเสีย แต่เดี๋ยวนี้พระองค์ได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่” กิจการ 17:30
 
โอพระเจ้าข้า! ข้าพระองค์รู้จักพระองค์ดีว่าพระองค์จะไม่ทรงตำหนิ และลงโทษข้าพระองค์ ด้วยเหตุของการละเมิดวันสะบาโตใช่ไหม?
“คนใดที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้ารู้จักพระองค์” แต่มิได้รักษาพระบัญญัติของพระองค์ คนนั้นก็เป็นคนพูดมุสา และความจริงไม่ได้อยู่ในคนนั้นเลย” 1 ยอห์น 2:4 
 
แต่การที่ข้าพระองค์รักพระเจ้าและมีชีวิตอยู่โดยกฏแห่งความรักของพระองค์ ยังไม่เป็นการเพียงพออีกหรือ?
“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา จงรักษาบัญญัติของเรา” ยอห์น 14:15
 
นั่นหมายถึงพระบัญญัติทั้ง 10 ข้อเลยหรือ?
“เพราะว่าผู้ใดรักษาพระราชบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดพระราชบัญญัติทั้งหมด” ยากอบ 2:10
 
ยังไงก็ตาม ข้าพระองค์คิดว่าหากเราพยายามปฏิบัติตามพระเยซู ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ?
“ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์ ผู้นั้นก็ควรดำเนินตามทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้นด้วย” 1 ยอห์น 2:6
 
แล้วพระองค์ทรงดำเนินชีวิตอย่างไรล่ะ? ธรรมเนียมการปฏิบัติของพระองค์เป็นเช่นไรหรือพระเจ้าข้า?
“แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธ เป็นที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตตามเคย และทรงยืนขึ้นเพื่อจะอ่านพระคัมภีร์” ลูกา 4:16
 
แต่พระเจ้าข้า! นั่นมันผ่านมาตั้ง 1900 ปีมาแล้วนะ หากพระองค์เสด็จมาในโลกเวลานี้ พระองค์จะถือรักษาวันอื่นๆ แทนวันเสาร์หรือไม่?
“พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้และเวลาวันนี้ และต่อๆ ไปเป็นนิจกาล” ฮีบรู 13:8
 
ข้าแต่พระเจ้า! ความรอดของข้าพระองค์ขึ้นอยู่กับการเชื่อฟังคำสั่งเรื่องวันสะบาโตนี้หรือไม่?
“และเมื่อทรงถูกทำให้เพียบพร้อมทุกประการแล้ว  พระองค์ก็ทรงกลายเป็นผู้จัดความรอดนิรันดร์สำหรับคนทั้งปวงที่เชื่อฟังพระองค์” ฮีบรู 5:9
 
พระองค์คิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ หรือในการถือรักษาพระบัญญัติเพื่อที่จะได้ชีวิตนิรันดร์?
พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “...แต่ถ้าท่านปรารถนาจะเข้าในชีวิต ก็ให้ถือรักษาพระบัญญัติไว้” มัทธิว 19:17
 
ข้าพระองค์ยังมองไม่เห็นเลยว่าทำไมพระองค์ถึงได้ยืนยันถึงเรื่องวันที่ 7 วันอาทิตย์ก็ดีเช่นเดียวกับวันเสาร์ไม่ใช่หรือ?
“เพราะว่าสิ่งใดที่พระองค์ทรงอำนวยพระพร สิ่งนั้นก็ได้รับพระพรเป็นนิตย์” 1 พงศาวดาร 17:27
 
“อย่างไรก็ตาม หากข้าพระองค์รักษาวันหนึ่งวันใดใน 7 วัน ไม่ว่าเป็นวันไหนก็ตาม ข้าพระองค์คิดว่าควรจะดีพอแล้วไม่ใช่หรือ”?
“มีทางหนึ่งซึ่งคนเราดูเหมือนถูก แต่มันสิ้นสุดลงที่ทางของความมรณา” สุภาษิต 16:25
 
“คือสิ่งเหล่านั้นที่เราได้กล่าวด้วยถ้อยคำซึ่งมิใช่ปัญญาของมนุษย์สอนไว้ แต่ด้วยถ้อยคำซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงสั่งสอน ซึ่งเปรียบเทียบสิ่งที่อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณกับสิ่งซึ่งเป็นของจิตวิญญาณ แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้นซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยจิตวิญญาณ” 1 โครินธ์ 2:13-14
 
ข้าแต่พระเจ้า! ข้าพระองค์ไม่สามารถทำสิ่งอื่นๆ ได้เลยหรือ?อาชีพของข้าพระองค์ไม่สามารถช่วยให้ข้าพระองค์ไปสวรรค์ได้เลยหรือ?
“มิใช่ทุกคนที่ร้องแก่เราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ จะได้เข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้” มัทธิว 7:21
 
แต่ข้าพระองค์ก็อธิษฐานนะ?
“ถ้าผู้ใดหันใบหูไปเสียจากการฟังพระราชบัญญัติ แม้คำอธิษฐานของเขาก็เป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน” สุภาษิต 28:9
 
“แต่ พระเจ้าข้า! ขอทรงทอดพระเนตรเหล่าคนซึ่งทำการอัศจรรย์ในพระนามของพระองค์ซิ บางคนรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย บางคนพูดภาษาแปลกๆ และทำสิ่งที่ประเสริฐยิ่ง แต่พวกเขาไม่ได้รักษาวันสะบาโตแล้วพวกเขาจะเป็นอย่างไรล่ะพระเจ้าข้า”
“เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนเป็นอันมากร้องแก่เราว่าพระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้พยากรณ์ในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้กระทำการมหัศจรรย์เป็นอันมากในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ เมื่อนั้นเราจะแจ้งแก่เขาว่า เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่วช้า จงไปเสียให้พ้นจากเรา” มัทธิว 7:22, 23
 
ใช่ ข้าพระองค์รู้ว่าวันสะบาโตเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่เราจะต้องถือรักษา แต่ธุรกิจของข้าพระองค์จะต้องมีปัญหา และแย่ลงแน่ๆ ถ้าหากข้าพระองค์ปิดหรือหยุดในวันสะบาโต ข้าพระองค์อาจจะต้องตกงาน จะไม่สามารถก้าวทันตามโลก!
“เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร” มาระโก 8:36
 
“อย่างไรก็ตาม สำหรับข้าพระองค์ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ครอบครัวของข้าพระองค์ซิจะเป็นอย่างไร? มันจะเป็นการดีกว่าหากข้าพระองค์ทำงานในวันเสาร์  แทนที่จะปล่อยให้ครอบครัวของข้าพระองค์ต้องอดตายไม่ใช่หรือพระเจ้าข้า?
“ข้าพเจ้าเคยหนุ่ม และเดี๋ยวนี้แก่แล้ว แต่ข้าพเจ้ายังไม่เคยเห็นคนชอบธรรมถูกทอดทิ้งหรือเชื้อสายของเขาขอทาน” สดุดี 37:25
 
เพื่อนๆ ของข้าพระองค์จะต้องหัวเราะเยาะ และพูดจาเย้ยหยันข้าพระองค์แน่ๆ เลย
“ถ้าโลกนี้เกลียดชังท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายก็รู้ว่าโลกได้เกลียดชังเราก่อน” ยอห์น 15:18
 
แต่สมมุติว่าครอบครัวของข้าพระองค์ไม่เห็นด้วยกับข้าพระองค์ๆ ควรจะฝืนความต้องการของพวกเขาอย่างนั้นหรือ นั่นอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการแตกแยกในครอบครัวไม่ใช่หรือ?
“ก็เช่นนั้นแหละ ผู้ใดในพวกท่านที่มิได้สละสิ่งสารพัดที่ตนมีอยู่ จะเป็นสาวกของเราไม่ได้” ลูกา 14:33
 
ข้าพระองค์กลัวว่าข้าพระองค์จะไม่เข้มแข็งพอที่จะต้องต่อสู้กับเคราะห์กรรมเหล่านี้ได้ ข้าพระองค์อ่อนแอเกินไป
“ข้าพเจ้ากระทำทุกสิ่งได้โดยพระคริสต์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” ฟีลิปปี 4:13
 
แล้วข้าพระองค์จะได้รับรางวัลอะไรบ้างล่ะ สำหรับความสัตย์ซื่อของข้าพระองค์ที่มีต่อพระองค์ และต่อพระบัญญัติของพระองค์
“คนทั้งหลายที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ก็เป็นสุข เพื่อว่าเขาจะได้มีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต และเพื่อเขาจะได้เข้าไปในเมืองนั้นโดยทางประตู” วิวรณ์ 22:14
 
ข้าแต่พระเจ้า ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์ น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จในแผ่นดินสวรรค์อย่างไร ก็ขอให้สำเร็จในแผ่นดินโลกนี้เหมือนกัน ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะถือรักษาวันสะบาโตของพระองค์
นายจึงตอบเขาว่า “ดีแล้ว เจ้าเป็นผู้รับใช้ดีและสัตย์ซื่อ เจ้าสัตย์ซื่อในของเล็กน้อย เราจะตั้งเจ้าให้ดูแลของมาก เจ้าจงปรีดีร่วมสุขกับนายของเจ้าเถิด” มัทธิว 25:21