ความหวัง เพื่อเอาชนะความเจ็บปวดในชีวิต PDF พิมพ์ อีเมล
 
          วันที่ 11 กันยายน 2001 ช่วงเวลา 120 นาทีครั้งนั้น คือประวัติศาสตร์อันมืดมนที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ผลกระทบจากเครื่องบินลำแรกที่พุ่งชนตึกเวิลด์เทรดด้านเหนือ จนกระทั่งตึกหลังที่สองถล่มลงมา เป็นห้วงเวลาที่ผ่านไปด้วยความระทึก  คนทั้งโลกแทบหยุดหายใจ 
          “เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ มีไฟลุกไหม้ ควันเต็มไปหมด  แต่ไม่ต้องกลัว” เสียงของโทนี่  โรชา  บอกมาริลีน มาร์คูส์ ภรรยาของเขา ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะเงียบไป ปี ค.ศ. 1994 หลังจากได้รับปริญญาด้านบริหารธุรกิจ โทนี่และมาริลีนแต่งงานกัน นอกจากเขาจะเป็นสามีและพ่อที่แสนดีแล้ว เขาได้ทำหน้าที่ผู้แทนนายหน้าขายพันธบัตรให้แก่บริษัทแคนเตอร์ ฟิตเจอรัล เซเคียวริตี ในตลาดการเงินวอลสตรีท ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในตึกเวิลด์เทรด อาคารด้านเหนือ ในวันดังกล่าว พนักงาน 700 คน จากจำนวน 1,000 คน ของบริษัทแคนเตอร์เสียชีวิตไปพร้อมกับการถล่มของตึก และหนึ่งในจำนวนนั้นคือ โทนี่ ผู้ทิ้งภรรยาและลูกเล็กๆ สองคนไว้เบื้องหลัง
          แต่ละวันเมื่อต้องเดินทางรถโดยสาร รถไฟใต้ดิน หรือเครื่องบินเราได้พบเห็นผู้คนมากหน้าหลายตา บางคนก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์หรือนั่งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ไม่สนใจคนโดยสารที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา ชีวิตแล้วชีวิตเล่าที่ผ่านมาแล้วผ่านไป หลายคนได้รับความเจ็บปวดในชีวิต บางคนมีความทุกข์โศกเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง ฝันสลาย สูญเสีย มีความต้องการที่ไม่หยุดหย่อน มีใครที่ไม่แบกสิ่งที่ว่ามานี้บ้าง? มีคนอย่างมาริลีนอีกกี่คนที่สูญเสียโทนี่ ต้องรับภาระหนักในชีวิตโดยไม่มีใครมาช่วยเหลือ?
          ทว่า ความจริงก็คือ สิ่งสำคัญยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตไม่ได้เกิดจากหายนะไม่ธรรมดา หรือความยินดีอย่างผิดธรรมดา ตรงกันข้าม ปัญหาในชีวิตเกิดจากสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นกับชีวิตในแต่ละวัน เพราะขณะที่ไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น นี่คือช่วงเวลาที่เราควรเตรียมตัวไว้ให้พร้อมกับความเจ็บปวดและทุกข์โศกที่อาจจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ ทำด้วยวิธีไหนหรือ? ข้อแรก การที่รู้ว่ามีพระเจ้าผู้ทรงต้องการให้คุณมีอิสระจากความเจ็บปวดในอดีต ทรงช่วยรักษาบาดแผลที่เจ็บปวดและนำเอาความรู้สึกที่ดีกลับมา วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถมองไปในอนาคตข้างหน้าด้วยความหวัง แม้รู้ว่าอาจต้องพบกับความยุ่งยากก็ตาม ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้าในยาม “ปกติ” เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมกำลังให้พร้อมสำหรับมรสุมชีวิตที่อาจถาโถมเข้ามา
          ตามคำแนะนำของเฟอร์นานโด ซาบิโน นักเขียนผู้มีชื่อเสียงชาวบราซิล เขากล่าวว่า “ในที่สุดทุกอย่างจะจบลงด้วยดี หากยังไม่เรียบร้อย อาจเป็นเพราะยังไม่ถึงที่สุด” ถูกแล้ว สำหรับคนที่เชื่อว่าสักวันหนึ่ง ความทุกข์โศกจะหมดไป ความเจ็บปวดจะไม่มีให้เห็น ความตายจะไม่มีอีกต่อไป ตามที่พระคริสตธรรมคัมภีร์ หนังสือเล่มเดียวในโลกที่เก่าแก่ที่สุด มีผู้อ่านมากที่สุดหลายพันล้านคนได้ยืนยันว่าในที่สุดโลกนี้จะจบลงอย่างมีความสุข พระเยซู นามนี้คุณอาจเคยได้ยิน  แต่อาจไม่ทราบว่าพระองค์ทรงสัญญาไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์กว่า 2,500 ข้อ ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาในโลกนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน เหตุการณ์ในวันนั้นจะเป็นคำตอบยุติปัญหาทุกอย่างของมนุษย์ เพราะพระองค์ไม่เคยหลอกลวงใคร 
          เปรียบได้กับเสียงของพระเยซูทรงตรัสว่า มีไฟลุกไหม้ ควันเต็มไปหมด แต่ไม่ต้องกลัว “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก” (มัทธิว 11:28) “จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวง (รวมทั้งสันติสุข) นี้ให้ เพราะฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้ก็มีเรื่องกระวนกระวายของมันเอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว” (มัทธิว 6:33, 34) “จงละความกังวลทุกอย่างของพวกท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย” (1 เปโตร 5:7) “อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย” (ยอห์น 14:1-3)
          อย่าลืมว่า เมื่อใดที่เมฆหมอกแห่งความทุกข์โศกและความเสียใจเข้ามาห้อมล้อมชีวิตของคุณ ยังมี ดวงอาทิตย์ แห่งความหวังนามว่า พระเยซู รออยู่เสมอ
 
อ้างอิง : หนังสืออยู่ด้วยความหวัง