ลมหายใจแห่งชีวิต (อากาศ) PDF พิมพ์ อีเมล

 

          บ็อบไม่เคยรู้สึกสนุกกับสิ่งใดมากเท่าการตกปลา เมื่อแรงกดดันของงานมีมากเกินไป เขาจะคว้าอุปกรณ์ตกปลาของเขาแล้วตรงไปที่บึงใกล้บ้าน เขาเฝ้ารอคอยเวลาที่ลูกชายเล็กๆ ทั้งคู่ของเขาเติบโตขึ้นอีกหน่อยเพื่อจะสอนวิธีตกปลาให้พวกเขาแบบเดียวกับที่คุณพ่อของเขาเคยสอนเขา เย็นวันหนึ่งในฤดูร้อน บ็อบขับรถมาที่บึงและหิ้วอุปกรณ์ตกปลาของเขาเดินไปยังปลายท่าเทียบเรือ ตอนนั้นเริ่มมืดแล้ว มีดวงดาวปรากฏบนท้องฟ้า ระแวกนั้นไม่มีผู้อื่นเลยนอกจากเขา บ็อบสูดอากาศอันบริสุทธิ์สดชื่นเข้าเต็มปอดของเขา โอ้ มันช่างแตกต่างจากอากาศในโรงงานที่เขาทำงานอยู่

           สองสามนาทีต่อมา เขารู้สึกมีแรงกระตุกที่ปลายเอ็นตกปลา เขาตกได้ปลาตัวใหญ่ไม่เบา แล้วบ็อบก็เหวี่ยงเบ็ดลงน้ำอีก แต่ครั้งนี้เขาให้มันตกใกล้เข้ามาที่ท่า ในขณะที่เขากำลังสาวสายเอ็นกลับเข้ามา เบ็ดเกิดไปเกี่ยวติดกับบางสิ่งใต้น้ำจนสาวต่อไม่ได้ เขาพยายามทำให้มันหลุด แต่ไม่สำเร็จ เขาเดินลงไปตรงน้ำตื้น จุ่มแขนลงไปในน้ำเพื่อปลดสายเอ็นให้หลุด มีบางสิ่งงับเข้าที่แขนซ้ายของเขา เขารู้สึกเจ็บปวด มันคือเขี้ยวจระเข้เขาดิ้นสู้เพื่อหาหลักทรงตัว แต่ไม่มีประโยชน์ จระเข้ตัวนี้แข็งแรงมาก เขาตะเกียกตะกายหาช่องทางหายใจเพื่อรักษาชีวิตไว้ เขาสู้กับมันแต่ดูเหมือนไม่มีทางที่จะทำให้มันคลายการงับได้ เขาไอและสำลักเพื่อหาอากาศหายใจ เขารู้สึกว่าถูกลากไปยังที่น้ำลึกยิ่งขึ้น ทันใดนั้นเกิดเสียงดังโครม เขาไปกระทบกับเสาท่าเทียบเรือที่อยู่ใต้น้ำ 

          ในวินาทีนั้นเขาหลุดพ้นจากปากจระเข้ เขาสูดอากาศบริสุทธิ์เฮือกใหญ่และรีบว่ายน้ำเท่าที่จะทำได้เข้าไปหาท่าเทียบเรือ แต่เที่ยวนี้เจ้าจระเข้ที่ว่องไวไล่ตามมางับเข้าที่เท้าขวาของเขา บ็อบรู้สึกตัวว่าถูกลากไปยังกลางทะเลสาปอีกครั้งหนึ่ง สิ่งสุดท้ายซึ่งเขาเห็นคือแสงไฟที่ท่าเทียบเรือแล้วมันก็หายลับไปจากระยะสายตาศัตรูที่มุ่งมั่นของเขาฉุดเขาลงไปยังก้นทะเลสาปที่เต็มไปด้วยโคลนตม เขาขาดอากาศหายใจ ความรู้สึกตัวสุดท้ายของเขาคือ อธิษฐานขอความรอดจากพระเจ้าและให้พระเจ้าดูแลภรรยาและลูกทั้งสองของเขา แล้วก็มืดสนิท

          บ็อบลืมตาขึ้นภายใต้แสงจันทร์ เขามองไปรอบๆ และเห็นว่าเขาถูกลากมาไว้ที่พงหญ้าข้างริมบึงเขาตรวจสอบทั่วตัวของเขาแล้วสำนึกในพระคุณที่แขนขาของเขายังติดอยู่กับร่างของเขา “ขอบคุณพระเจ้า” เขากระซิบ แน่นอนที่สุด เจ้าจระเข้คงจะผละไปทำอะไรของมันก็ไม่รู้และคงวางแผนจะมากินเขาทีหลัง

          พงหญ้านั้นขึ้นหนาและรกมาก ยากต่อการมองเห็นข้างหน้าและทางออกทางเดียวที่มีคือ การเดินกลับลงไปในบริเวณน้ำตื้นในบึง เขาเดินกระโผลกกระเผลกไปยังท่าเทียบเรือที่อยู่ห่างออกไปถึง 150 ฟุต อ่อนเพลียและปวดแผล เขาเคลื่อนไปข้างหน้าทีละนิ้วทีละนิ้ว ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส แล้วเขาก็เหลียวไปเห็นแนวฟองอากาศเคลื่อนตามมาจากข้างหลัง ศัตรูของเขาตั้งใจอย่างมุ่งมั่นจะพิทักษ์เหยื่อของมัน บ็อบเรียกพละกำลังเฮือกสุดท้ายของเขาวิ่งตรงไปที่ลำธารสายเล็กๆ ข้างหน้าที่ไหลมาบรรจบกับบึง เขาเห็นสะพานไม้เชื่อมสองฝั่งของลำธารและท่ามกลางแสงสลัวๆ เขาเห็นชายคนหนึ่งบนสะพาน

          “ช่วยด้วย” บ็อบตะโกนแล้วก็หอบ “จระเข้ไล่ตามหลังผมมา” ชายคนนั้นรีบวิ่งจากสะพานลงไปยังลำธาร เขาคว้าแขนข้างที่ยังดีอยู่ของบ็อบแล้วดึงขึ้นจากน้ำ บ็อบอ่อนเพลียจากการเสียเลือดและความตกใจเขาจึงหมดสติไปบนสะพานไม้นั้น เขาสำนึกในพระคุณที่มีโอกาสสูดอากาศที่สดชื่นเฮือกใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่าทุกลมหายใจประดุจคำอธิษฐานโมทนาพระคุณแด่พระเจ้าที่ทรงช่วยชีวิตของเขา

          อากาศเป็นของประทานอย่างแท้จริงจากพระเจ้า และเราไม่อาจดำรงชีพต่อไปได้นานนักหากปราศจากมัน “เมื่อท่านไม่มีอากาศให้หายใจ ทุกสิ่งก็หมดความสำคัญ” เป็นเรื่องจริงแท้ทีเดียว ท่านอาจมีชีวิตอยู่ได้อีก 4 ถึง 6 สัปดาห์ โดยปราศจากอาหาร ท่านอาจมีชีวิตอยู่ได้อีก 5 ถึง 7 วัน โดยปราศจากน้ำ แต่โดยทั่วไปหากชายหรือหญิงหรือเด็กขาดอากาศและก๊าซออกซิเจนที่หล่อเลี้ยงชีวิต การมีชีวิตอยู่รอดต่อไปนั้นนับได้เพียงแค่เป็นนาที ไม่ใช่เป็นวันหรือสัปดาห์

 

อ้างอิง : หนังสือ วินเวลเนส บ้านแห่งความหวังและสุขภาพ เล่ม 2